สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินมาตรการเด็ดขาดทางกฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ละเมิดกฎจราจร โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งรายหนึ่งมีพฤติการณ์ขับขี่รถในขณะมึนเมาสุรา แล้วก่อเหตุเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของพนักงานรับส่งอาหาร (ไรเดอร์) จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะขับรถหลบหนีและพยายามฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากกรณีดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมตั้งข้อหาหนัก และส่งสำนวนสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่หลังเกิดอุบัติเหตุ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอใช้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์และแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า พฤติกรรม “เมาแล้วขับ” และ “หนีด่านตรวจ” มีบทลงโทษที่รุนแรง ดังนี้:
- ขับรถในขณะเมาสุรา: มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต
- เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ: มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต
- ชนแล้วหนี (ไม่ยอมหยุดช่วยเหลือ): มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (หากมีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โทษจำคุกสูงสุดจะเพิ่มเป็น 6 เดือน)
- หนีด่านตรวจ/ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน: มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกดำเนินคดีเพิ่มแยกอีกหนึ่งกระทงความผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นย้ำว่าจะไม่มีการประนีประนอมให้กับผู้ขับขี่ที่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกด่านตรวจทั่วประเทศ เพื่อป้องกันความสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

